ReadyPlanet.com
dot
dot
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่ขณะนี้ คน
ยังไม่มีสมาชิกที่ล็อกอินในขณะนี้
bulletบุคคลทั่วไป 26 คน
dot



chaboclubthailand
bantamsclick
โต้ง...ไก่แจ้
โอ...คนขอนแก่น
สมาคมส่งเสริมและพัฒนาไก่แจ้ไทย
ชมรมไก่แจ้ทวารวดี
bbtfamily
สมาพันธ์สัตว์ปีกสวยงามแห่งประเทศไทย


เลี้ยงลูกไก่ให้รอด 100%

การเลี้ยงลูกไก่ให้รอด 100 %

          ลูกไก่ต้องการการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ การที่จะเลี้ยงลูกไก่ให้รอดได้นั้น เรามาทำความเข้าใจกับปัจจัจหลัก ที่จำเป็นในการเลี้ยงดูก่อน อันได้แก่ ที่อยู่อาศัย อุณหภูมิ อาหาร วัคซีนป้องกันโรค จากนั้นจึงค่อยเรียนรู้เทคนิคต่างๆในแต่ละขั้นตอนกันครับ

           ประการแรกที่อยู่อาศัย   ลูกไก่เกิดมาจากแม่ไก่หรือตู้ฟักก็ตามสิ่งที่เหมือนกันของทั้ง 2 อย่างก็คือ การปกป้องให้ลูกไก่รอดจากแดด ลม และได้รับความอบอุ่นที่เหมาะสม แต่สำหรับลูกไก่ที่ไม่มีความแข็งแรงจำเป็นต้องมีที่อยู่อาศัยที่พิเศษไปกว่านั้น เพื่อการเจริญเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ
           ประการต่อมา คือเรื่องอุณหภูมิ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุด เราทราบว่าลูกไก่เกิดจากตู้ฟักด้วยอุณหภูมิ 100 องศาฟาเรนไฮร์ ฉะนั้นสิ่งที่เราต้องทำต่อเนื่องก็คือการควบคุมอุณหภูมิและค่อยๆ ปรับลดตามอายุลูกไก่ หากลูกไก่ถูกกระทบจากอากาศ ที่เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ เกิน 10 องศาในทันทีมีโอกาสป่วยสูง
           ประการถัดมาเป็นเรื่องอาหาร  เรื่องนี้ง่ายมากเนื่องจากในทุกวันนี้มีอาหารสำเร็จรูปสำหรับลูกไก่จำหน่ายอยู่ทั่วไป แต่สิ่งที่อยากให้คำนึงถึงคืออาหารที่ลูกไก่ได้รับตั้งแต่เป็นไข่ซึ่งก็คืออาหารและวิตามินที่แม่ไก่กินเข้าไป และขณะที่อยู่ในไข่ ซึ่งก็คือไข่แดง เรื่องเหล่านี้จะเกี่ยวโยงถึงการเจริญเติบโตด้วย
           ประการสุดท้ายคือวัคซีนป้องกันโรค เมื่อลูกไก่ออกจากไข่มาสัมผัสโลกภายนอก  โอกาสที่จะได้รับเชื้อโรคต่างๆเป็นไปได้ตลอดเวลา จริงๆแล้วโรคบางโรคป็นโรคที่ติดต่อมาจากแม่ไก่ด้วย ฉะนั้นการให้วัคซีนเพื่อป้องกันโรคจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการเลี้ยงลูกไก่ให้รอด 100% ครับ

 

           หลังจากทราบปัจจัยที่ส่งผลในการเลี้ยงดูลูกไก่แล้ว เราจะมาดูเทคนิคในแต่ละขั้นตอน เริ่มจากเมื่อลูกไก่เจาะเปลือกไข่ต้องสังเกตดูว่าตำแหน่ง เจาะเปลือกไข่เป็นบริเวณซีกด้านป้านหรือด้านแหลม หากเป็นด้านป้านลูกไก่จะสามารถเจาะออกมาเองได้ แต่หากเป็นด้านแหลมต้องค่อยช่วย  หากครบ24 ชั่วโมงแล้วยังไม่เจาะออกมาต้องแกะช่วยครับ และเมื่อลูกไก่ออกมาจากไข่แล้วต้องไว้ในตู้ฟักอีก 24-36 ชั่วโมงครับ อันนี้ต้องดูที่ความแขฌงแรงของตัวลูกไก่เป็นหลัก
  จากนั้นนำลูกไก่ไปอนุบาลในกล่องที่จัดเตรียมไว้  ผมใช้กล่องเบียร์เพราะหาซื้อได้ง่าย นำมาเจาะรูรอบกล่องพอให้อากาศถ่ายเทได้ ทั้ง 4 ด้าน ใช้เลี้ยงลูกไก่ซารามอได้ 5-6 ตัวต่อกล่อง ติดหลอดไฟ 25 W ชนิดหลอดเคลือบ และมีตัวหรี่ไฟเพื่อปรับแสงสว่าง ช่วยควบคุมอุณหภูมิ ให้อยู่ในระดับที่พอเหมาะและที่ก้นกล่องต้องใส่ตะแกรงเหล็กหรือตาข่ายเพื่อช่วยปกป้องมิให้ขาลูกไก่ลื่นซึ่งจะทำห้ขาถ่างออก เสียไก่ได้และครั้งแรกที่นำลูกไก่ลงกล่องต้องจับลูกไก่มากดหัว จุมปากให้กินน้ำด้วยเป็นการสอนให้เรียนรู้ สวนการกินอาหารลูกไก่จะจิกกินได้เองโดยสัญชาตญาณ
           ช่วงแรกเกิดถึงอาทิตย์แรกในการให้อาหารผมจะเท เป็นกองให้กินเปลี่ยนกระดาษรองพื้นวันละครั้งและนำตะแกรงรองไปล้างด้วยทุกครั้ง  3-4 วันแรกพยายามรบกวนลูกไก่ให้น้อยที่สุดครับ ที่ใส่น้ำผมใช้ขวดพลาสติกมาตัดเอา สูงประมาณ 2 เซนติเมตร เมื่อลูกไก่ตกลงไปก็สามารถวิ่งขึ้นได้ ตรวจเช็คอุณหภูมิบ่อยๆ สังเกตดูว่าลูกไก่ต้องกระจายตัวกันอยู่ใก้ลไฟบ้าง ห่างออกมาบ้าง และไม่ส่งเสียงร้องรบกวน ลูกไก่จะกระจุกตัวรวมกันหากหนาวเกินไป และจะหนีห่างไฟไปอยู่ตามมุมกล่องหากร้อนไปครับ 
           เมื่อพ้นระยะ 3-4 วันแรกแล้วผมจะเริ่มเสริมอาหารพวกไข่แดงต้มผสมกับอาหาร และให้อาหารที่ละน้อยๆ วันละ 4 ครั้ง (หากหยุดอยู่กับบ้าน) เพื่อกระตุ้นให้ลูกไก่อยากกินและแย่งกันกินอาหาร ดูแลอย่างนี้ไปประมาณ 2 สัปดาห์ ก็จะเริ่มเปลี่ยนกล่องใบใหญ่ขึ้น เพื่อจะได้มีพื้นที่วิ่งเล็กมากขึ้น สุขภาพก็จะแข็งแรงครับ
ลูกไก่บางตัวอีกออ่นแอมากๆ ไม่รู้จักจิกอาหารกินผมจะช่วยด้วยการป้อนหนอนนกให้ โดยต้องเลือกเอาหนอนนกตัวตัวเล็กๆ ออ่นๆที่พึ่งลอกคราบป้อนให้ครับ และจะวางให้ลูกไก่กินซึ่งจะช่วยให้ตัวที่จิกอาหารไม่เป็นแย่งอาหารกับเพื่อนและกินอาหารเองได้ การให้หนอนนกควรทำเท่าที่จำเป็น หากให้ตลอดต่อเนื่องลูกไก่ก็มีโอกาสตายเช่นกันเนื่องจากก่อนหนอนจะตายจะกัดลำไส้ลูกไก่ได้ครับ
           หลายท่านอนุบาลลูกไก่แล้วเจอกับปัญหาลูกไก่ขี้ติดก้น แก้ไขโดยช่วยแกะออกแล้วตัดขนที่ก้นออก(ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ) ซึ่งสาเหตุเกิดจากการลูกไก่อยู่ในอุณหภูมิที่ไม่ถูกต้อง และการให้วิตามินบ่อยๆจะทำให้ลูกไก่ถ่ายเหลวได้ครับ
            สำหรับการให้วัคซีน ถือเป็นสิ่งจำเป็นอีกหนี่งประการควรทำตามกำหนดตามวัยลูกไก่ และในการทำทุกครั้งควรให้ยาคลายเครียสประเภท วิตามินละลายน้ำให้กิน หรือเป็น BIO-B12 ก็ได้ครับ 
           เท่าที่แนะนำมาหากกรู้สึกว่ายุ่งยาก และไม่มีเวลา ก็มีอีกทางเลือกครับ คือใช้ตู้ฟักเป็นตู้อนุบาลลูกไก่หากทำได้จะเป็นทางที่ดีที่สุด ควบคุมอุณหภูมิได้แน่นอนลูกไก่จะผ่านสัปดาห์แรกไปได้อย่างสบายๆ ไม่เหนื่อยผู้เลี้ยงถึงต้องลงทุนเพิ่มอีกนิดหน่อยแต่คุ้มค่าจริงๆ ครับ
           ลองนำไปปรับใช้ดูตามความเหมาะสมของแต่ละท่าน หากเราทำดีที่สุดถูกต้องทุกขั้นตอน แต่ลูกไก่ยังไม่รอดผมให้ข้อสังเกตไว้อย่างนึ่ง หากลูกไก่ตายใน 3-4 วันหลังออกจากไข่ต้องทำใจ เพราะสาเหตุเป็นที่ยีนส์ของลูกไก่ไม่แข็งแรงพอ แต่หากตายหลัง 4 วันไปแล้วต้องโทษตัวท่านเองที่ยังไม่ละเอียดรอบคอบต้องพยายามมากขึ้นแล้วครับ ขอให้โชคดีการเลี้ยงลูกไก่ให้รอด 100 % กันทุกท่านครับ

       ข้อดีของการใช้กล่องกระดาษในการอนุบาลลูกไก่คือ เราสามารถเปลี่ยนทิ้งได้ ไม่เป็นการสะสมเชื้อโรค

รูปการอนุบาลลูกไก่แรกเกิดใช้ BIO- B12 ผสมน้ำให้กินเนื่องจากเป็นวันที่ให้วัคซีนรวมกับลูกไก่ ปกติจะไม่ให้ครับ

     เปลี่ยนกล่องเมื่อใช้ไปสัก 2-3 สัปดาห์ และให้อาหารเป็นเวลาเพื่อกระตุ้นให้กินลูกไก่อยากกินอาหารครับ


 

 

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.